SCG ร่วมมือกับ Rondo Energy เปิดตัว ‘แบตเตอรี่ความร้อนอุตสาหกรรมแห่งแรกของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้’ เพื่อปลดล็อกศักยภาพการจัดเก็บพลังงานสะอาดตลอด 24 ชั่วโมงสำหรับภาคอุตสาหกรรม

SCG ร่วมมือกับ Rondo Energy เปิดตัว ‘แบตเตอรี่ความร้อนอุตสาหกรรมแห่งแรกของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้’ เพื่อปลดล็อกศักยภาพการจัดเก็บพลังงานสะอาดตลอด 24 ชั่วโมงสำหรับภาคอุตสาหกรรม

สระบุรี ประเทศไทย: 13 พฤศจิกายน 2568   เอสซีจี (SCG) โดย เอสซีจี คลีนเนอร์ยี่ (SCG Cleanergy) จับมือ รอนโด้ เอนเนอร์ยี่ (Rondo Energy) ผู้พัฒนาเทคโนโลยีแบตเตอรี่ความร้อน (Heat Battery) ชั้นนำจากสหรัฐอเมริกา เปิดตัว “แบตเตอรี่ความร้อนสำหรับอุตสาหกรรม” แห่งแรกในอาเซียน ที่โรงงานปูนซีเมนต์ของเอสซีจี ในจังหวัดสระบุรี พลิกโฉมภาคอุตสาหกรรม ให้สามารถกักเก็บพลังงานสะอาด ไว้ใช้ได้ตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมเตรียมให้บริการลูกค้าทั่วอาเซียน เสริมศักยภาพการแข่งขันของธุรกิจ และหนุนการเปลี่ยนผ่านสู่ เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำได้จริง

 

นายอรรถพงศ์ สถิตมโนธรรม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร SCG Cleanergy ใน SCG กล่าวว่า “เอสซีจี คลีนเนอร์ยี่ มุ่งสร้างความร่วมมือ กับพันธมิตรชั้นนำที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญ ในการบูรณาการเทคโนโลยีขั้นสูง เพื่อให้ลูกค้าทั่วอาเซียนของเราได้รับ โซลูชันพลังงานสะอาดครบวงจรที่มีประสิทธิภาพ ช่วยประหยัดต้นทุน เพิ่มขีดความสามารถให้ธุรกิจ ควบคู่การสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน ให้แก่ชุมชนและสิ่งแวดล้อมได้อย่างแท้จริง

การจับมือกับพันธมิตรระดับโลกอย่าง Rondo Energy จึงเป็นไปเพื่อนำเทคโนโลยีพลังงานสะอาดขั้นสูงอย่าง ‘แบตเตอรี่ความร้อน’ (Heat Battery) มาเสริมขีดความสามารถให้ธุรกิจ ควบคู่การเปลี่ยนผ่านอุตสาหกรรม ให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมได้จริง เพราะภาคการผลิตสามารถกักเก็บ พลังงานสะอาดไว้ใช้ได้อย่างต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง จากเดิมที่สามารถใช้พลังงานสะอาด โดยเฉพาะจากแสงอาทิตย์ได้เฉพาะเวลากลางวัน สอดคล้องกับแนวทาง ‘Inclusive Green Growth’ และเป้าหมาย ‘Net Zero 2050’ ของเอสซีจี ที่มุ่งผลักดันอุตสาหกรรมไทย และอาเซียนสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืน

นายอรรถพงศ์ สถิตมโนธรรม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร SCG Cleanergy

สำหรับโครงการ ‘แบตเตอรี่ความร้อนสำหรับอุตสาหกรรม’ แห่งแรกในอาเซียน เริ่มดำเนินการที่โรงงานปูนซีเมนต์ของเอสซีจี ใน จ.สระบุรี เป็นแห่งแรก เพราะมีการใช้พลังงานความร้อนอุณหภูมิสูงจำนวนมาก ทั้งยังเป็นการเสริมศักยภาพในการปรับเปลี่ยน มาใช้พลังงานความร้อนจากพลังงานสะอาด ในกระบวนการผลิต ก่อนต่อยอดไปสู่การใช้งานอุตสาหกรรมอื่น ๆ ในเครือเอสซีจี รวมทั้งให้บริการกับลูกค้าทั่วอาเซียนได้ โดยเอสซีจี คลีนเนอร์ยี่ ตั้งเป้าว่าจะสามารถขยายผลโซลูชันดังกล่าวในเชิงพาณิชย์ได้ ภายในปี 2026”

 

ด้าน นายเอริก ทรูเซียวิช (Eric Trusiewicz) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Rondo Energy เสริมว่า “เทคโนโลยีแบตเตอรี่ความร้อนของ Rondo Energy ผ่านการพิสูจน์ในระดับปฏิบัติการ (Operation proven) แล้วว่าช่วยเปลี่ยน ‘ไฟฟ้าจากพลังงานสะอาด’ ให้กลายเป็น ‘ความร้อนสะอาด’ ที่สามารถกักเก็บไว้ใช้ในกระบวนการผลิต และที่โรงงานปูนซีเมนต์ของเอสซีจี ใน จ.สระบุรี นี้ เป็นแบตเตอรี่ความร้อนหน่วยเดียวในโลก ด้วยเทคโนโลยี Rondo Heat Battery (RHB33) ที่ผลิตไอน้ำแรงดันสูง เพื่อใช้ในการผลิตได้จริง ทั้งยังสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ทั่วโลก จึงถือเป็นก้าวสำคัญในการลดการปล่อยคาร์บอนของภาคอุตสาหกรรมทั่วโลก

 

เราภูมิใจมากที่ได้ร่วมมือกับเอสซีจี กลุ่มธุรกิจชั้นนำในเอเชียที่ให้ความสำคัญ กับการสร้างสรรค์นวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน เพื่อนำโซลูชันแบตเตอรี่ความร้อนสำหรับอุตสาหกรรมมาสู่ภูมิภาคอาเซียน โดยใช้เวลาเพียง 8 เดือนในการสร้างระบบต้นแบบนี้ร่วมกับ เอสซีจี คลีนเนอร์ยี่ ผ่านการใช้ผู้ผลิตและซัพพลายเออร์ ในประเทศเกือบทั้งหมด ซึ่งพิสูจน์ให้เห็นว่าเทคโนโลยีระดับโลก สามารถผสานกับประสิทธิภาพ และความคล่องตัวของห่วงโซ่อุปทานท้องถิ่นได้อย่างลงตัว”

สำหรับ ‘แบตเตอรี่ความร้อนสำหรับอุตสาหกรรม’ ซึ่งสามารถจัดเรียงและปรับขนาด ให้เหมาะกับการใช้งานของลูกค้าแต่ละประเภท เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุดในแต่ละโครงการนี้ มีกระบวนการทำงานประกอบด้วย 

1.) ชาร์จ (Charge) ชาร์จพลังงานไฟฟ้า ที่ผลิตได้จากพลังงานสะอาด เช่น ลม หรือแสงอาทิตย์ หรือจากโครงข่ายไฟฟ้า (Grid) โดยใช้เวลาวันละ 6–8 ชั่วโมง 

2.) กักเก็บ (Store) พลังงานไฟฟ้าจากพลังงานสะอาด จะถูกแปลงเป็นความร้อนผ่านขดลวดทำความร้อนแบบแผ่รังสี โดยไม่มีการสูญเสียพลังงาน แล้วนำมากักเก็บไว้ในแบตเตอรี่ความร้อนที่ทำจากอิฐ (Thermal Media) ซึ่งสามารถกักเก็บความร้อนได้ถึงอุณหภูมิสูงสุด 1,500 องศาเซลเซียสนานหลายวัน และ 

3.) จ่ายพลังงาน (Discharge) แบตเตอรี่ความร้อน สามารถจ่ายพลังงานความร้อนอย่างต่อเนื่อง เพื่อใช้ในการผลิตไอน้ำ ด้วยประสิทธิภาพสูงสุดถึง 97% และรองรับการทำงานได้อย่างต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง

 

โครงการ ‘แบตเตอรี่ความร้อนสำหรับอุตสาหกรรม’ แห่งแรกในอาเซียนนี้ ยังได้รับการสนับสนุนทุนวิจัยจาก ‘กองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม’ โดย ‘หน่วยบริหารและจัดการทุน ด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ’ (บพข.) สะท้อนความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนในการเร่งนำเทคโนโลยีพลังงานสะอาดมาช่วยให้ภาคอุตสาหกรรม สามารถลดการปล่อยคาร์บอนได้อย่างเป็นรูปธรรม เสริมความมั่นคงทางพลังงาน และเพิ่มความยืดหยุ่นในการบริหารต้นทุน ขณะเดียวกันยังสามารถประยุกต์ใช้ได้ในหลากหลายอุตสาหกรรม เช่น อาหาร บรรจุภัณฑ์ เคมีภัณฑ์ ซีเมนต์และวัสดุก่อสร้าง ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการต่อยอด โซลูชันพลังงานสะอาดของเอสซีจี สู่การขยายผลเชิงพาณิชย์ในระดับภูมิภาค เพื่อขับเคลื่อนสู่เป้าหมาย Net Zero อย่างยั่งยืน